ดีแล้วแต่ดีไม่พอ! 5 ทีมดังผลงานดีคะแนนสูงลิ่ว แต่ไม่มีแชมป์

ดีแล้วแต่ดีไม่พอ! 5 ทีมดังผลงานดีคะแนนสูงลิ่ว แต่ไม่มีแชมป์

May 15, 2019 Off By admin

หลังจาก ลิเวอร์พูล ต้องอกหักจากการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 2018-2019 ไม่สำเร็จ ทั้งที่ฤดูกาบนี้พวกเขาถือได้ว่ามีฟอร์มการเล่นที่ดีและดุดัน จนสามารถทำได้ไปถึง 97 คะแนน แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ไปได้ด้วยการมีแต้มที่สูงกว่า ลิเวอร์พูล เพียงแต้มเดียว

เจอร์เกน คล็อปป์ สามารถพาทัพหงส์แดงก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรที่มีความแข็งแกร่งและก้าวเข้าสู่เส้นทางการลุ้นแชมป์ได้อีกครั้ง ด้วยการพาทีมชนะไปถึง 30 เสมอ 7 และแพ้ไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น จาก 38 นัดในการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำให้พวกเขาต้องจบฤดูกาลไปด้วย 97 แต้ม และเป็นเพียงแค่รองแชมป์ลีกเพียงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล สามารถทุบสถิติรองแชมป์ที่มีแต้มสูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล จะไม่มีทางที่จะต้องเดินเดียวดาย พวกเขาไม่ใช่ทีมเดียวที่ทำแต้มได้สูงลิ่วแล้วพลาดแชมป์ เพราะยังมีหลายทีรมชั้นนำในยุโรปที่เคยพลาดและไม่ได้แชมป์ ย้อนกลับไปดูกันว่าสโมสรที่ทำแต้มได้อย่างสูงแต่กลับพลาดแชมป์

1. กลาสโกว์ เซลติก 2002-03 (97 แต้ม)

เซลติก ยอดสโมสรในลีกสก็อตแลนด์

ในฤดูกาล 2002-2003 เป็นปีที่มีการขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันแบบเข้มข้นของทั้งสองสโมสรในลีกสก็อตแลนด์อย่าง กลาสโกว์ เซลติก และ กลาสโกว์ เรนเจอร์ คู่ปรับตลอดกาล โดยก่อนจะเริ่มเกมการแข่งขันนัดสุดท้ายทั้งสองทีมมีแต้มเท่ากันอยู่ที่ 94 แต้ม โดย เซลติก เป็นจ่าฝูงเนื่องจากมีประตูได้เสียที่ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม หลังจบเกมการแข่งขันนัดสุดท้าย เรนเจอร์ สามารถถล่ม ดันเฟิร์นลิน ไปได้แบบไม่คาดคิดด้วยสกอร์ 6-1 ทำให้ กลาสโกว์ เรนเจอร์ สามารถแซง กลาสโกว์ เซลติก ขึ้นมาเป็นจ่าฝูงและคว้าแชมป์ไปได้ด้วยการมีผลประตูได้เสียที่ดีกว่า 1 ประตูเพียงเท่านั้น

2. เรอัล มาดริด 2009-10 (96 แต้ม)

ราชันชุดขาวในยุคกาลาติกอซรุ่นสอง

เป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่ ราชันชุดขาว ยกขบวนแข้งสตาร์ชื่อดังย้ายเข้ามาสู่สโมสร จนถูกยกให้เป็น กาลาติกอส ยุคที่สองด้วยด้วย จากการนำทีมโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้, กาก้า, และคาริม เบนเซม่า และยังสามารถเก็บคะแนนมาได้อย่างมากมาย พร้อมทั้งยังทำประตูได้มากที่สุดในลีกที่ 102 ประตูอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด ได้พลาดท้าแพ้ไปถึง 4 ครั้งด้วยกัน จนทำให้ทีมดังจากแคว้นคาตาลันอย่าง บาร์เซโลน่า ทำแต้มแซงและคว้าแชมป์ลีกไปด้วย 99 คะแนน

3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2011-12 (89 แต้ม)

แมนฯยูไนเต็ด กับเรื่องราวสุดดราม่าในอดีต

ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว นี่ถือเป็นเหตุการณ์ที่สาวกปีศาจแดงยังคงจำได้ไม่มีวันลืม หลังถูกคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงคว้าแชมป์ไปได้ หลังมีแต้มเท่ากันอยู่ 86 แต้มก่อนเริ่มเกมนัดสุดท้าย

เกมนัดสุดท้าย แมนยู สามารถเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ 1-0 และขึ้นนำเป็นจ่าฝูงพร้อมเตรียมที่จะฉลองแชมป์ แต่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น หลัง กุน อเกวโร่ สามารถทำประตูชัยได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พา แมนซิตี้ เก็บชัยชนะได้แบบสุดเหลือเชื่อ และพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นแชมป์ลีกได้สำเร็จ

4. ปารีส แซง แชร์กแมง 2016-17 (87 แต้ม)

ทีมดังมหาเศรษฐีจากดินแดนน้ำหอม ปารีส แซง แชกต์แมง

ถือได้ว่า เปแอสเช เป็นทีมชั้นนำของลีกและยากจะหาใครมาต่อกรได้ และพวกเขายังผูกขาดแชมป์ลีกเอิงมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2012 -2015

ในปี 2016-2017 โมนาโก สโมสรที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งอย่างมากมายในเวลานั้น อย่าง คีลียัน เอ็มบัปเป้, แบร์นาโด้ ซิลวา, และฟาบินโญ่ กลับสร้างตำนานบทใหม่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ คว้าแชมป์ลีกเอิงไปได้ที่ 95 แต้ม

5. นาโปลี 2017-2018 (91 แต้ม)

นาโปลี ยอดทีมแห่ง เซเรีย อา

เป็นหนึ่งฤดูกาลที่ได้ลุ้นแชมป์กันอย่างสนุก เมื่อ นาโปลี สามารถขึ้นมาลุ้นตำแหน่งแชมป์ได้อย่างขับเคี้ยวกับ ยูเวนตุส ที่ผูกขาดแชมป์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ในฤดูกาล 2017-2018 นาโปลี มีขุมกำลังที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงจนสามารถขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงได้สำเร็จหลายสัปดาห์ด้วยกัน แต่สุดท้าย ยูเวนตุส ก็แซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงและเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปได้